ปัญหาความสุข...ที่หลายคนมองข้าม

         “ทุกคนต้องการความสุข” ผมเชื่ออย่างนั้น หากเรานึกถึงปัญหาต่างๆในโลกนี้ เรามักจะนึกถึง ปัญหาความยากจน ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือ ปัญหายาเสพติด แต่มักลืมปัญหาพื้นฐานสำคัญ อย่างหนึ่ง คือ ปัญหาความสุข ปัญหานี้ แทรกซึมอยู่ในทุกขณะที่เรากระทำ เกิดขึ้นกับคนทุกคน

         ช่วงนี้กระแส ภาพยนตร์มหากาพย์ อย่าง สตาร์ วอร์ส กำลังดัง โดยการออกภาคเจ็ดของเรื่อง ทำให้คนที่ไม่เคยดูนี้มาก่อน ต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่ ภาคแรกที่ออก ผมดูติดกันต่อเนื่องจนจบ จนเรียกได้ว่า เสพติด ก็ว่าได้ ผมนึกถึงตัวละครอย่างใน ภาคสาม ซิธชำระแค้น นั่นคือ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ มีความเกี่ยวพันถึงปัญหาความสุข อย่างชัดเจน เห็นได้จาก อนาคิน ซึ่งเป็น เจได มีความรักกับ วุฒิสมาชิก อมิดาล่า จนตั้งท้อง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบ่วงแห่งความทุกข์ของอนาคิน จนกระทั่งเห็นนิมิตแห่งการสูญเสีย หญิงอันเป็นที่รัก ทำให้ อนาคิน เกิดความกลัว ซึ่งจะนำไปสู่ความโกรธ ความเกลียดชัง และความทุกข์ในเวลาต่อมา หากจะกล่าวในอีกมุมมองหนึ่ง แม้นอนาคิน ที่เป็นดาร์ธ เวเดอร์ เป็นฆาตรกรสังหารหมู่ที่ใหญ่ที่สุดในกาแลกซี่ ก็ยังปรารถนาในความสุข และ สันติภาพของกาแลกซี่ ในแบบของตน ดังเรื่องที่ยกมาแล้วนั้นก็ทำให้เราคงเข้าใจว่า ความสุขจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม แล้วความสุขคืออะไรล่ะ หลายคนอาจจะคิดว่า ความหมายของมันคือ ก้าวพ้นความยากจน มีชีวิตที่สะดวกสบาย ใช่ไหม ก็ดีครับ การไม่ยากจนเป็นเรื่องที่ดี แต่แค่นั้นมันพอสำหรับความสุขจริงหรือ จากสถิติของ World Happiness Report 2015 ซึ่งเผยแพร่โดย องค์การสหประชาชาติ ประเทศอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี หรือ ประเทศแถบยุโรป เช่น สเปน และ อิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว กลับมีความสุขน้อยกว่า ประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น คอสตาริกา เป็นต้น มันแสดงให้เห็นถึงอะไร สำหรับผม ความสุขมันเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและภาวะอารมณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย ไม่เพียงแค่วัตถุภายนอก หรือ GDP ของประเทศ แล้วความสุขคืออะไรกันแน่ ผมขอยกตัวอย่าง ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ทำให้ชาติต่างๆ มั่งคั่ง ขึ้น และ สามารถยกระดับสุขภาพเราให้ดียิ่งขึ้น ก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาบางอย่างก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข หลายคนเวลานึกถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย มักจะนึกถึง คนอย่าง บิล เกตส์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือ แจ็คหม่า จะไม่คิดถึง พระสงฆ์ ญาติคุณ เพื่อนบ้านคุณ หรือ ผู้ที่กำลังทำสาธารณะประโยชน์ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงสิ่งเหล่านั้น ในรูปของทรัพย์สินเงินทอง ข่าวแต่ละสำนักต่างพากัน เผยแพร่ชีวิตอันหรูหราของเศรษฐีที่มีอยู่เพียง 1% ของโลก ดังที่จะเห็นได้จากสังคมออนไลน์อยู่เนืองๆ และ ในลักษณะทำนองเดียวกัน ในขณะที่เรากำลังนั่งทำงานอย่างปกติสุข ในช่วงใกล้ปีใหม่ แต่คนอื่นกลับไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ในที่ต่างๆ แล้วโพสลงสังคมออนไลน์ มักมีผลให้เกิดความชื่นชมและความอิจฉา และเกิดตัวเราไม่สุขในเวลาต่อมา ในหลายครั้ง ผลสืบเนื่อง ทำให้แรงปรารถนาในวัตถุของเราเพิ่มโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย เมื่อมีมากขึ้น ทำให้เราเครียดและอ่อนไหว เรามักจะแก้ปัญหาด้วย หาวิธีทำเงินที่มากขึ้น ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมหนังสือรวยทางลัดจึงขายดิบดี ผมว่าส่วนหนึ่งไว้ตอบสนองแรงปรารถนาของเรา หรือ เราต้องทำงานมากขึ้นเพื่อให้เงินเพียงพอ เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ อดีตประธานธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า “เมื่อเราได้บรรจบพบกับเป้าหมาย บางคนก็ขยับเป้าหมายออกไปอีก” ผมจึงมาสู่ข้อสรุปนิยามความสุขของผม คือ “ความพึงพอใจที่ไม่สืบต่อสู่ความทุกข์”

         แล้วเราจะลดปัญหานี้ได้อย่างไรล่ะ ผมว่า รัฐไม่สามารถแก้ปัญหานี้เหล่านี้หมด รัฐให้เพียงได้แค่วัตถุ แน่ล่ะต้องขจัดความยากจน (เพราะเป็นเงื่อนไขหนึ่งสำหรับความสุข) แต่ปัญหาความสุขเป็นปัญหาระดับจิตใจของคนแต่ละคนนั้นด้วย จะสร้างมันได้ก็ด้วยความไม่ประมาท การมีสติ การรู้เท่าทัน และ การเข้าใจปัญหา อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้วในวัฒนธรรมตะวันออกของเรา เช่น วิธีการอริยสัจ 4 ของพุทธศาสนา เป็นต้น สามารถนำมาใช้ให้เป็นหนทางไปสู่ความสุขได้ หากผู้คนโลกในโลกนี้ไม่ตระหนักถึงปัญหาความสุข สันติภาพย่อมไม่อาจบังเกิดได้

Show Comments